ผู้จัดทำและดูเเล


นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาการจัดการ หลักสูตรบริหารธุรกิจ

สาขาวิชาการเงิน [1/2554]

ร ายวิชา การจัดการธนาคารพาณิชย์ A1 (3635102)


นางสาวอรมรินทร์ วันศรี (ซฺิ้ม)

นายธิติพงษ์ มหาเมฆ (หลุย)

นายอิทธิพัทธ์ ไทรชมภู (นิค)

นายอภิชาติ เเก้วสุนีย์ (ปิง)

นายจักรพงษ์ ปิ่นเเก้ว (อุ้ม)

นายวัชรพล เอื้อสุขไพศาลกุล (บุ้ง)

นางสาวนันทนัช เล้าศศิวัฒนพงษ์ (มุก)

นางสาวกนกวรรณ ชะเอม (เฟิร์น)





รายละเอียดเพิ่มเติม : http://soclever1.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไทยพาณิชย์ผนึกกำลังการบินไทย จัดแคมเปญพิเศษครั้งยิ่งใหญ่ ให้ลูกค้าบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัมได้บินเร็วกว่าใคร

วันที่ 26/07/2554 


ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยนายญนน์ โภคทรัพย์ (ที่ 4 จากซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคล ร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยนายปานฑิต ชนะภัย (ที่ 5 จากซ้าย) รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท จัดแคมเปญพิเศษ “บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัม ให้คุณได้บินเร็วกว่าใคร” แก่สมาชิกบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บียอนด์ แพลทินัม และแพลทินัม วีซ่าทุกประเภท ใช้คะแนนสะสม SCB Rewards แลกรับเป็น ไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษแห่งปีที่สมาชิกบัตรสามารถแลกสะสม SCB Rewards เป็นไมล์ ได้เร็วดับเบิ้ล ระหว่าง 1 - 31 สิงหาคม 2554 สอบถามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center 02-777-7777


ภาพข่าว: ไทยพาณิชย์ผนึกกำลังการบินไทย จัดแคมเปญพิเศษครั้งยิ่งใหญ่ ให้ลูกค้าบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัมได้บินเร็วกว่าใคร

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผนึกความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่เพื่อการสร้างสรรค์แคมเปญเอาใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท จัดแคมเปญพิเศษ “บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัม ให้คุณได้บินเร็วกว่าใคร” แก่สมาชิกบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บียอนด์ แพลทินัม และแพลทินัม วีซ่าทุกประเภทด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ในทุกแง่มุมของการใช้จ่ายและการเดินทาง ทั้งการใช้คะแนนสะสม SCB Rewards แลกรับเป็น ไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส เพื่อบินสู่จุดหมายทั่วโลกได้เร็วขึ้น โบนัสจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง และสิทธิพิเศษเมื่อเดินทางกับการบินไทย พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษแห่งปีที่สมาชิกบัตรสามารถแลกสะสม SCB Rewards เป็นไมล์ ได้เร็วดับเบิ้ล ระหว่าง 1 — 31 สิงหาคม 2554 และโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตร เพื่อรับไมล์สะสมเพิ่มสูงสุดถึง 130,000 ไมล์ ระหว่าง 1 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2554
นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า “ธนาคารให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าและนำเสนอบริการต่างๆ ที่ตรงตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า พร้อมทั้งนำเสนอแคมเปญที่เหมาะสมและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสูงสุดในทุกผลิตภัณฑ์ ล่าสุดได้ประสานความร่วมมือกับการบินไทยเพื่อเตรียมสร้างสรรค์แคมเปญพิเศษเอาใจลูกค้าของธนาคารให้ได้รับสิทธิพิเศษจากการบินไทยในรูปแบบต่างๆ โดยนำร่องโครงการแรก “บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัม ให้คุณได้บินเร็วกว่าใคร” กับลูกค้าบัตรเครดิตในกลุ่มแพลทินัมขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเดินทางทั้งเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ และมีการใช้งานบัตรเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวพักผ่อน แคมเปญนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้า โดยธนาคารมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการบินไทยเพื่อนำเสนอแคมเปญซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัมสามารถแลกคะแนนจาก SCB Rewards เป็นไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส ได้ โดยได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทในการทำการตลาด คาดว่าใน 3 เดือนแรกจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรดังกล่าวได้กว่า 1,200 ล้านบาท โดยในอนาคตจะมีการนำเสนอกิจกรรมและสิทธิพิเศษกับลูกค้าในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป
นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จะผนึกกำลังกันเพิ่มพูนประโยชน์ยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าและผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการได้รับไมล์เพิ่มมากยิ่งขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตร และการได้รับไมล์เพิ่มมากยิ่งขึ้นจากการเดินทาง รับไมล์เป็นสองเท่าจากปกติเมื่อบินในเส้นทางบินในประเทศ และรับโบนัสไมล์เพิ่มพิเศษในทุกเที่ยวบินที่ไปที่ออสเตรเลีย ในช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม
ทั้งการบินไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันคัดสรรสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ มามอบให้กับสมาชิก รวมถึงการทำให้ท่านมีแต่ความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยในเรื่องนี้ การบินไทยได้มีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง เก้าอี้โดยสาร, ระบบสาระบันเทิงบนเครื่องบิน (Inflight Entertainment) ตลอดจนคุณภาพอาหารจากครัวการบินไทย จนส่งผลให้การบินไทยได้รับรางวัลสายการบินที่ดีที่สุดจาก SKYTRAX ในอันดับที่ 5 นำหน้าสายการบินอื่นๆ ในโลก
แคมเปญ “บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัม ให้คุณได้บินเร็วกว่าใคร” เปิดโอกาสให้สมาชิกบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บียอนด์ แพลทินัม และแพลทินัม ทุกประเภท นำคะแนนสะสม SCB Rewards แลกเป็นไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส เพื่อเดินทางสู่จุดหมายต่างๆ ทั่วโลกกับการบินไทยได้ โดยทุกการใช้จ่าย 40 บาท จะได้รับ 4 คะแนน เพื่อแลกรับ 1 ไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส
นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษแห่งปี ระหว่างวันที่ 1 — 31 สิงหาคมนี้ ที่สมาชิกบัตรสามารถแลกคะแนนสะสม SCB Rewards เป็นไมล์ ได้เร็วดับเบิ้ล โดยทุกการใช้จ่ายจ่าย 40 บาท จะได้รับ 4 คะแนน เพื่อแลกรับ 2 ไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส (จากปกติ 1 ไมล์ โดยแลกขั้นต่ำ 35,000 ไมล์ และไม่เกิน 200,000 ไมล์ต่อท่าน ตลอดรายการ)
รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม — 31 ตุลาคมนี้ ที่สมาชิกมีสิทธิ์รับไมล์สะสมเพิ่มสูงสุดถึง 130,000 ไมล์
ลูกค้าสามารถส่ง SMS เพื่อรับสิทธิ์โดยพิมพ์ ROP (เว้นวรรค) หมายเลขสมาชิก ROP (เว้นวรรค) หมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก และ ส่ง SMS มาที่ 4545333
สอบถามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center 02-777-7777
รายละเอียดโปรโมชั่น
“บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลทินัม ให้คุณได้บินเร็วกว่าใคร”
เร็วกว่า… ด้วยยอดใช้จ่ายภายในประเทศ ระหว่างเดือน 1 ส.ค. — 31 ต.ค. 54
ยอดใช้จ่ายภายในประเทศสะสม ระหว่าง1 ส.ค. — 31 ต.ค. 54(โดยมียอดใช้จ่าย ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน)  สิทธิ์รับไมล์สะสมรวม รอยัล ออร์คิด พลัส ขั้นต่ำ*  ตัวอย่างของรางวัลจากการนำไมล์สะสม          รอยัล ออร์คิด พลัส มาแลก
150,000 บาท                                                                                            5,000 ไมล์*                            สิทธิการใช้บริการห้องรับรอง รอยัล ซิลค์ เลาจน์
(แต่ไม่ถึง 450,000 บาท)
450,000 บาท                                                                                            20,000 ไมล์*                           บัตรโดยสารชั้นธุรกิจไป-กลับภายในประเทศ
(แต่ไม่ถึง 750,000 บาท)
750,000 บาท                                                                                            40,000 ไมล์*                           บัตรโดยสารชั้นธุรกิจไป— กลับ กรุงเทพ - สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์ คุนหมิง หรือ ชั้นประหยัดไป - กลับ กรุงเทพ - ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ไทเป
(แต่ไม่ถึง 1,500,000 บาท)
1,500,000 บาท ขึ้นไป                                                                                     90,000 ไมล์*                           บัตรโดยสารชั้นธุรกิจไป— กลับ กรุงเทพ - ปักกิ่ง โตเกียว โอซาก้า โซล เพิร์ท หรือ ชั้นประหยัดไป — กลับ กรุงเทพ - ลอนดอน ปารีส มิลาน แฟรงค์เฟิร์ต ซูริค
เร็วกว่า… ด้วยยอดใช้จ่ายที่ต่างประเทศ
รับเพิ่ม ไมล์สะสมพิเศษ รอยัล ออร์คิด พลัส สูงสุด 75,000 ไมล์
รับเพิ่ม ไมล์สะสมพิเศษ รอยัล ออร์คิด พลัส 2,500 ไมล์ เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ต่างประเทศ ทุกๆ 50,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 75,000 ไมล์)*
เร็วกว่า… ด้วยการซื้อบัตรโดยสารกับการบินไทย
รับเพิ่ม ไมล์สะสมพิเศษ รอยัล ออร์คิด พลัส สูงสุด 4,000 ไมล์
รับดับเบิ้ลไมล์ เมื่อบินกับการบินไทยในเส้นทางภายในประเทศ
รับเพิ่ม ไมล์สะสมพิเศษ รอยัล ออร์คิด พลัส สูงสุด 3,000 ไมล์ เมื่อบินกับการบินไทย ในเส้นทางกรุงเทพ-ออสเตรเลีย (ซิดนีย์, เมลเบิร์น, เพิร์ธ, บริสเบน)
(บัตรโดยสารชั้นหนึ่ง รับเพิ่ม 3,000 ไมล์, ชั้นธุรกิจ รับเพิ่ม 2,000 ไมล์, ชั้นประหยัด รับเพิ่ม 1,000 ไมล์)
ลูกค้าสามารถส่ง SMS เพื่อรับสิทธิ์ด้วยขั้นตอนง่ายๆดังนี้
1. พิมพ์ ROP (เว้นวรรค) หมายเลขสมาชิก ROP (เว้นวรรค) หมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก
2. ส่ง SMS มาที่ 4545333
สอบถามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center 02-777-7777
สื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน)
โทร : 02-544-4502, 5401, 6421 Email: corp.communications@scb.co.th



AGE ตั้งธ.กสิกรไทย-ธ.ไทยพาณิชย์เป็น FA ตั้งเป้าปิดดีลเหมืองอินโดฯ

อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554 


นายพนม  ควรสถาพร  กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE)  เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดนัดพิเศษ เมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแต่งตั้งธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อร่วมดำเนินการเจรจาโครงการร่วมทุนกับเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย  โดยคาดว่าจะสามารถเจรจาสำเร็จได้ตามเป้าหมาย  นอกจากนี้ ธนาคารทั้ง 2 แห่งยังให้ความไว้วางใจแก่บริษัท โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินสำหรับโครงการดังกล่าวอีกด้วย


ที่มา : อินโฟเควสท์ 
Link :http://www.ryt9.com/s/iq05/1199136

ใบโพธิ์อัดแคมเปญปั๊มยอดรูดปรื๊ดสู้แข่งเดือด

26 กรกฎาคม 2554


ไทยพาณิชย์คาดรูดปรื๊ดครึ่งปีหลังยังแข่งดุ ลุยปั๊มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเข้าเป้า 1.6 แสนล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 20% ประกาศเข็นแคมเปญต่อเนื่อง ฟุ้งสินเชื่อรายย่อยพุ่ง ขยับเป้าหมายเป็นโต 18%
 นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า การแข่งขันของธุรกิจบัตรเครดิตในครึ่งหลังปี 2554 ยังคงดุเดือดและรุนแรงเหมือนกับทุกปี และจากนี้จนถึงสิ้นปี จะมีการออกแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยปีนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 160,000 ล้านบาท หรือเติบโต 20% จากปี 2553 ที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 130,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 800,000 ล้านบาท
 “ครึ่งปีหลังธนาคารจะมีการเร่งออกแคมเปญต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายให้มากขึ้น จะมีทั้งแคมเปญช็อปปิ้ง การท่องเที่ยว สุขภาพ และการใช้บัตรเครดิตซื้อหน่วยลงทุนกองทุน LTF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษี” นายญนน์ระบุ
 นายญนน์กล่าวอีกว่า สำหรับสินเชื่อรายย่อยของธนาคารในขณะนี้ถือว่าเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 15-16% แล้ว โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 17-18% ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลังเป็นฤดูกาลที่จะมีความต้องการสินเชื่อสูงกว่าครึ่งปีแรกเป็นปกติ และมีปัจจัยย่อยๆ เพิ่มเติม เช่น ปริมาณยอดการผลิตรถยนต์ที่จะเพิ่มขึ้นหลังการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่น ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายของรัฐบาลใหม่ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ก็อาจจะส่งผลบวกในแง่การบริโภคที่เพิ่มขึ้นได้.



ที่มา : ไทยโพสต์                                                                                                                                           Link : http://www.thaipost.net/news/260711/42307

ไทยพาณิชย์ปรับเป้าสินเชื่อรับ ศก.โต

อังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554


นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อรายย่อยในครึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดีในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ซึ่งธนาคารตั้งเป้าที่จะเติบโต สินเชื่อรายย่อยอย่างต่ำ 15% ทุกปี และคาดว่าปีนี้น่าจะเติบอยู่ที่ 17-18% จากยอดสินเชื่อคงค้างในส่วนของรายย่อยทั้งหมดของธนาคารขณะนี้อยู่ที่ 450,000-460,000 ล้านบาท โดยในส่วนของสินเชื่อรถยนต์ขณะนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 32,000-33,000 ล้านบาท จากในปีนี้ที่ทางธนาคารตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างในส่วนของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ไว้ที่ 1 แสนล้านบาท แต่คาดว่ายอดเป้าสินเชื่อคงค้างเดิมน่าจะทำได้ราวเดือน ส.ค.54 จึงทำให้ปีนี้ต้องมีการปรับเป้ายอดสินเชื่อคงค้างของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ไปอยู่ที่ 120,000-130,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ยอดส่งรถไม่ว่าจะเป็นรถปิกอัพ หรือรถเก๋งที่ค้างสต๊อก จะกลับมาส่งได้เหมือนเดิม เนื่องจากปัญหาเรื่องชิ้นส่วนรถยนต์เริ่มคลี่คลาย เพราะประเทศญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสินเชื่อบ้านตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 44,000 ล้านบาท จากเป้ายอดสินเชื่อใหม่ที่ตั้งไว้ทั้งปีอยู่ที่ 8-9 หมื่นล้านบาท และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนของสินเชื่อบ้านขณะนี้อยู่ที่ 1.4-1.5% คาดว่าในครึ่งปีหลังสินเชื่อบ้านก็น่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากการที่ในช่วงครึ่งปีแรกมีการชะลอการโอนบ้าน ก็จะกลับมาโอนบ้านกันในครึ่งปีหลัง ซึ่งน่าจะเริ่มเห็นการโอนบ้านตั้งแต่ ก.ค.54 เป็นต้นไป ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อเอสเอ็มอีรายย่อยในครึ่งปีแรก เติบโตในส่วนของสินเชื่อปล่อยใหม่ราว 20,000 กว่าล้านบาท
โดยในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตขณะนี้มีฐานบัตรอยู่จำนวน 2 ล้านใบ โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของธนาคารในปี 53 เติบโตอยู่ที่ 130,000 ล้านบาท และในปีนี้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตเพิ่มขึ้นไปแล้ว 10-11% จากปีที่แล้ว คาดว่าในครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีอีกเช่นกัน และน่าจะมากกว่าการเติบโตรายจ่ายผ่านบัตรเครดิตของทั้งตลาดประมาณ 1-2% ที่สำคัญลูกค้าของธนาคารมีการใช้จ่ายผ่านบัตรสม่ำเสมอถึง 70% ซึ่งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเฉลี่ยต่อรายของธนาคารขณะนี้อยู่ที่ 70,000 บาท/บัตร/ปี สูงกว่ายอดใช้จ่ายเฉลี่ยผ่านบัตรเครดิตของทั้งตลาดที่ 50,000 บาท/บัตร/ปี และการรักษาคุณภาพของลูกค้าก็ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบัตรเครดิตทางธนาคารอยู่ที่ 1%
สำหรับยอดสินเชื่อคงค้างในธุรกิจสินเชื่อบุคคลขณะนี้เติบโตอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท จากเป้ายอดสินเชื่อคงค้างของสินเชื่อบุคคลที่ธนาคารตั้งไว้ทั้งปีอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งจากการเติบโตได้ดีคาดว่าสิ้นปีน่าจะเกินจากเป้าที่ตั้งไว้ และการที่ธนาคารได้มีการปรับเป้าสินเชื่อรายย่อยในเกือบทุกธุรกิจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางธนาคารยังได้มีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ ภายในองค์กรและเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าให้ตรงกับความต้องการของผลิตภัณฑ์จริงๆ แต่ก็ต้องมีการจับตาดูนโยบายของภาครัฐบาลว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับตลาด
นายญนน์ กล่าวว่า ธุรกิจเงินฝากในกลุ่มรายย่อยของธนาคาร ขณะนี้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 91-92% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และในจำนวนนี้มีตั๋วแลกเงินบีอีอยู่ประมาณ 15% เพราะในปัจจุบันไม่จำเป็นแล้วที่ตั๋วแลกเงินบีอีจะมีผู้ลงทุนที่เป็นสถาบันหรือบริษัทเพียงอย่างเดียว เนื่องจากตั๋วแลกเงินบีอีที่เริ่มต้นหลักแสนก็มีบ้างแล้วจากเมื่อก่อนอยู่ที่หลักล้าน ทำให้กลุ่มลูกค้าบุคคลก็สามารถลงทุนในตั๋วแลกเงินบีอีได้
ล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท จัดแคมเปญพิเศษ "บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แพลตินั่ม ให้คุณบินได้เร็วกว่าใคร" แก่สมาชิกบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บียอนด์ แพลตินั่ม และแพลตินั่ม วีซ่าทุกประเภท ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ในทุกแง่มุมของการใช้จ่ายและการเดินทาง ทั้งการใช้คะแนนสะสม SCB Rewards แลกรับเป็นไมล์สะสมรอยัลออร์คิด พลัส เพื่อบินสู่จุดหมายทั่วโลกได้เร็วขึ้น ซึ่งการทำโปรโมชั่นในครั้งนี้จะเป็นการเจาะฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีการเดินทาง ทั้งเพื่อทำธุรกิจและการท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ หรือการใช้บัตรเครดิตเพื่อการพักผ่อน คาดว่าภายใน 3 เดือนแรกจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรดังกล่าวได้กว่า 1,200 ล้านบาท และในอนาคตก็จะมีการนำเสนอกิจกรรมและสิทธิพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ต่อไป


สรุปและวิเคระห์ข่าว

            นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อรายย่อยในครึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดีในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ซึ่งธนาคารตั้งเป้าที่จะเติบโต สินเชื่อรายย่อยอย่างต่ำ 15% ทุกปี และคาดว่าปีนี้น่าจะเติบอยู่ที่ 17-18% จากยอดสินเชื่อรายย่อยทั้งหมดของธนาคารขณะนี้อยู่ที่ 450,000-460,000 ล้านบาท โดยในส่วนของสินเชื่อรถยนต์ขณะนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 32,000-33,000 ล้านบาทจากในปีนี้ที่ทางธนาคารตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างในส่วนของธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ไว้ที่ 1 แสนล้านบาทซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ยอดส่งรถไม่ว่าจะเป็นรถปิกอัพ หรือรถเก๋งที่ค้างสต๊อก จะกลับมาส่งได้เหมือนเดิม เนื่องจากปัญหาเรื่องชิ้นส่วนรถยนต์เริ่มคลี่คลาย เพราะประเทศญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนสินเชื่อบ้านตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 44,000 ล้านบาท จากเป้ายอดสินเชื่อใหม่ที่ตั้งไว้ทั้งปีอยู่ที่ 8-9 หมื่นล้านบาท และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนของสินเชื่อบ้านขณะนี้อยู่ที่ 1.4-1.5% คาดว่าในครึ่งปีหลังสินเชื่อบ้านก็น่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องเช่นกันโดยในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตขณะนี้มีฐานบัตรอยู่จำนวน 2 ล้านใบ โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของธนาคารในปี 53 เติบโตอยู่ที่ 130,000 ล้านบาท และในปีนี้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตเพิ่มขึ้นไปแล้ว 10-11% จากปีที่แล้ว คาดว่าในครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีอีกเช่นกันสำหรับยอดสินเชื่อคงค้างในธุรกิจสินเชื่อบุคคลขณะนี้เติบโตอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท จากเป้ายอดสินเชื่อคงค้างของสินเชื่อบุคคลที่ธนาคารตั้งไว้ทั้งปีอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งจากการเติบโตได้ดีคาดว่าสิ้นปีน่าจะเกินจากเป้าที่ตั้งไว้ และการที่ธนาคารได้มีการปรับเป้าสินเชื่อรายย่อยในเกือบทุกธุรกิจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางธนาคารยังได้มีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ ภายในองค์กรและเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าให้ตรงกับความต้องการของผลิตภัณฑ์จริงๆ แต่ก็ต้องมีการจับตาดูนโยบายของภาครัฐบาลว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับตลาด
นายญนน์ กล่าวว่า ธุรกิจเงินฝากในกลุ่มรายย่อยของธนาคาร ขณะนี้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 91-92% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และในจำนวนนี้มีตั๋วแลกเงินบีอีอยู่ประมาณ 15% เพราะในปัจจุบันไม่จำเป็นแล้วที่ตั๋วแลกเงินบีอีจะมีผู้ลงทุนที่เป็นสถาบันหรือบริษัทเพียงอย่างเดียว เนื่องจากตั๋วแลกเงินบีอีที่เริ่มต้นหลักแสนก็มีบ้างแล้วจากเมื่อก่อนอยู่ที่หลักล้าน ทำให้กลุ่มลูกค้าบุคคลก็สามารถลงทุนในตั๋วแลกเงินบีอีได้

ที่มา :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง 

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ไทยพาณิชย์จับฉลากมอบโชคเอสเอ็มอีในแคมเปญ “SCB SME กู้ ลุ้น รถ”

26 กรกฎาคม 2554



nws-110726-sme.jpg
            
           ธนาคารไทยพาณิชย์จับฉลากรายชื่อผู้โชคดีที่เข้าร่วมแคมเปญ “SCB SME กู้ ลุ้น รถ”
  มอบรถยนต์ ฟอร์ด เฟียสต้า (ครั้งที่ 1) ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอี เพื่อเป็นการขอบคุณในความไว้วางใจ
เลือกใช้บริการทางการเงินกับธนาคาร   โดยมี คุณศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์
เป็นตัวแทนจับฉลากแล้วในวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่   ทั้งนี้
ธนาคารจะจับฉลากรายชื่อผู้โชคดีและแจกฟอร์ด เฟียสต้า ทุกๆ 3 เดือน  ครั้งละ 1 รางวัล
รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Business Call Center
 โทร.             02-722-2222 begin_of_the_skype_highlighting            02-722-2222      end_of_the_skype_highlighting

ผู้โชคดีได้รับรางวัล รถยนต์ New Ford Fiesta 5 ประตู 1.6 Sport PowerShift 1 คัน
มูลค่า 699,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ได้แก่


110726-name-sme1.jpg


รายชื่อสำรอง จำนวน 3 รายชื่อได้แก่

  1. นายทองใบ ก้อนคำ
  2. บริษัท ยี.เอ.เอ็กปอร์ต (ไทยแลนด์)
  3. นายศราวุธ กรแก้ว

http://www.scb.co.th/th/news/2011-07-26/nws-110726-sme
ที่มา : 

ไทยพาณิชย์มอบวุฒิบัตรเจ้าสัวน้อยโครงการ “SCB-YEP” รุ่น 10

วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 



   ธนาคารไทยพาณิชย์และวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบวุฒิบัตรให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่กว่า 60 ราย ที่สำเร็จการอบรมในโครงการพัฒนาทักษะเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ (SCB Young Entrepreneur Program หรือ SCB-YEP) รุ่นที่ 10 โดยมี กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมมอบวุฒิบัตรและยินดีกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการเป็นกำลังสืบทอดกิจการได้อย่างมืออาชีพเมื่อเร็ว ๆ นี้


                   2011-07-22-YEP03.jpg
2011-07-22-YEP04.jpg

                  2011-07-22-YEP05.jpg2011-07-22-YEP06.jpg

ที่มา : มติชน ออนไลน์

AGE ตั้ง KBANK -SCB เป็น FA ตั้งเป้าปิดดีลร่วมทุนเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย 2-3 แห่ง

วันอังคารที่ 26 กรกฏาคม 2011 เวลา 09:45 น.

บอร์ด AGE ไฟเขียว แต่งตั้งกสิกรไทย หรือ KBANK และไทยพาณิชย์ หรือ SCB เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อปิดดีลร่วมทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย 2 - 3 แห่ง
นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแต่งตั้งธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อร่วมดำเนินการเจรจาโครงการร่วมทุนกับเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะสามารถเจรจาสำเร็จได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ทั้ง 2 แบงค์ยังให้ความไว้วางใจแก่บริษัท โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินสำหรับโครงการดังกล่าวอีกด้วย
นายพนมกล่าวเพิ่มว่า วัตถุประสงค์ของการเจรจาร่วมทุนกับเหมืองในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานถ่านหินที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดย AGE มีแผนขยายตลาดไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งออกถ่านหินให้ลูกค้าในกลุ่มประเทศดังกล่าวได้ในช่วงปลายปีหน้า ประกอบกับยังมีแผนขยายตลาดไปในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม ในขณะที่ตลาดในประเทศจีนก็ยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีกด้วย
อย่างไรก็ดีปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานถ่านหินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาด มีต้นทุนต่ำกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น และมีปริมาณสำรองใช้งานได้ถึง 200 ปีมากว่าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ที่มีปริมาณการสำรองของพลังงานเพียง 40 และ 60 ปีตามลำดับ


สรุปข่าว
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแต่งตั้งธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อร่วมดำเนินการเจรจาโครงการร่วมทุนกับเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย โดยมีวัตถุประสงค์ของการเจรจาร่วมทุนกับเหมืองในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานถ่านหินที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศเพราะปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานถ่านหินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาด มีต้นทุนต่ำกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น และมีปริมาณสำรองใช้งานได้ถึง 200 ปีมากว่าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ที่มีปริมาณการสำรองของพลังงานเพียง 40 และ 60 ปีตามลำดับ เท่านั้น 
วิเคาระข่าว
                ฉันคิดว่าการนำธนาคารใหญ่ๆทั้ง 2 ธนาคารที่มีการแข่งขันกันสูงอย่าง ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์มาร่วมกันเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGEนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆค่ะ เพราะทั้งสองธนาคารต่างเป็นธนาคารที่มีความเก่งและเชี่ยวชาญในสายการเงินมากอยู่แล้วจรึงน่าจะทำให้การดำเนินการเจรจา “โครงการร่วมทุนกับเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย” บรรลุเป้าหมายและวัตภุประสงค์ไปได้ด้วยดี